เบต้ากลูแคน ยีสต์ขนมปัง Beta1,3d Glucan by Transfer Point สหรัฐอเมริกา

สู้มะเร็งด้วยเบต้ากลูแคน

วิดีโอสัมภาษณ์ของ ดร.วิทยา กดุมภะ บันทึกจากรายการ Hotline สายสุขภาพ ในทีวีช่องเนชั่นชาแนล ในวันที่ 9 กันยายน 2555

สัมภาษณ์พูดคุยกับ ดร.วิทยา กดุมภะ 
 

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง (YBG)

 
Q: ขอสอบถามว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคืออะไรและมีส่วนสำคัญอย่างไรต่อร่างกายของเราคะ?
 
A: ก่อนจะอธิบายเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ผมขอขยายความซักหน่อยนะครับ “การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง” คำว่า “ภูมิคุ้มกันที่ดี” นั้นผมหมายถึง จะต้องเป็นภูมิคุ้มกันที่ถูกต้องและแข็งแรงด้วยนะครับ ถ้าเรามีแต่ภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงแต่ไม่ถูกต้อง ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายมากเข้าไปอีก ส่วนการมีภูมิคุ้มกันที่ถูกต้องแต่ไม่แข็งแรง ก็ยังไม่สามารถจะเรียกว่าภูมิคุ้มกันที่ดีได้นะครับ ดังนั้นหากมีสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่บอกว่าเสริมภูมิคุ้มกันท่านให้แข็งแรง ท่านจะต้องทราบด้วยว่าเป็นภูมิคุ้มกันที่ถูกต้องด้วยหรือไม่
 
มาพูดถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา จะมาพูดให้ทราบถึงหน้าที่ก่อน ซึ่งเป็นหน้าที่อันหนักอึ้งซะด้วย
 
อันแรกคือ จัดการกับสิ่งแปลกปลอมจำนวนนับล้านๆที่เข้าสู่ตัวของเราจากภายนอก ซึ่งทำให้เราท่านยังรู้สึกสบายดีในแต่ละวันที่ผ่านไป
 
อันที่สองคือ กำจัดเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกาย ซึ่งในร่างกายเราก็มีเซลล์ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง มากมายในแต่ละวัน
 
อันที่สามคือ การซ่อมแซมเซลล์หรืออวัยวะส่วนที่สึกหรอจากการใช้งาน จากการถูกโจมตี หรือบาดเจ็บ เช่น ตอนที่เราเป็นแผลเราก็ใช้ยาลดการติดเชื้อ เช่น เบตาดีน หรือยาแดง เป็นต้น หรือตอนคุณหมอผ่าตัดเราเสร็จก็เย็บให้แผลติดกันและแค่ใส่ยาป้องกันการติดเชื้อ โดยระบบภูมิคุ้มกันของเราจะจัดการสมานแผลของเราเอง
 
ดังนั้นจะเห็นว่าร่างกายเราพึ่งพาระบบภูมิคุ้มกันของเรามากแค่ไหน คนที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี (ผมหมายถึงที่ถูกต้องและแข็งแรง) จะทำให้เขาเหล่านั้นมีอายุได้ 90-100 เศษอย่างแข็งแรงโดยที่ไม่เป็นโรคใดๆเลย แต่สำหรับพวกเราในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ก็สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังครับ
การที่จะพูดถึงระบบภูมิคุ้มกันที่ประกอบด้วยเซลล์ เอนไซม์ และ Factors ต่างๆนับพันชนิดจะเป็นการสับสนมาก เมื่อราว 8-9 ปีที่ผ่านมานี้เอง ได้มีการเสนอรูปแบบการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมโดยระบบภูมิคุ้มกัน โดยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันวิทยา โดยมีรูปแบบการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันหรือที่เรียกในที่นี้ว่าสมดุลภูมิคุ้มกัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 สมดุล โดยมีการเกิดดังนี้
 
ตามที่ได้ทราบแล้วว่า ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่จัดการกับสิ่งแปลกปลอมภายนอก ดังนั้นในทุกที่ๆสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม เช่น ใต้ผิวหนัง ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และภายในตา เป็นต้น ก็จะมีเม็ดเลือดขาวจำนวนหนึ่งทำหน้าที่เป็นยามคอยเฝ้าดูสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา เม็ดเลือดขาวทั้งหลายในบริเวณนั้นจะกรูกันเข้าไปสัมผัสและกินสิ่งแปลกปลอมนั้น และจะมีเม็ดเลือดขาวชนิดนึงเรียกว่า APC เมื่อเข้าไปกินสิ่งแปลกปลอม แล้วส่งสัญญาณเรียกเม็ดเลือดขาวจากที่อื่นให้เข้ามาในที่เกิดเหตุ และตัว APC นี้เองจะเดินทางไปต่อมน้ำเหลืองเพื่อส่งสัญญาณของสิ่งแปลกปลอมให้กับ Th0 ในรูปของสารเคมีทำให้ Th0 กลายเป็น สมดุลต่างๆดังกล่าวมาแล้ว ดังจะเห็นในรูปสีดำคือสัญญาณสารเคมีที่ APC จะใช้กระตุ้น Th0 เมื่อ Th0 ได้เปลี่ยนไปเป็นสมดุลต่างๆ ก็จะสร้างสารเคมีเฉพาะของสมดุลนั้นๆออกมาตอบสนองกับสิ่งแปลกปลอม สารเคมีเฉพาะเหล่านี้จึงเหมือนคำสั่งจากแม่ทัพว่า จะให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมนี้อย่างไร?

สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยเบต้ากลูแคน

วิดีโอสัมภาษณ์ของ ดร.วิทยา กดุมภะ บันทึกจากรายการ Hotline สายสุขภาพ ในทีวีช่องเนชั่นชาแนล ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557

สมดุลแรกสมดุล Th1 เป็นสมดุลพื้นฐานของระบบภูมิคุ้มกันของเรา สามารถจัดการกับสิ่งแปลกปลอมได้ทั่วไปและทุกชนิด ต่อมามีการวิวัฒนาการเกิดสมดุล Th17 เพื่อจัดการสิ่งแปลกปลอมที่เป็นเชื้อโรคที่รุนแรงขึ้น จึงสร้างให้สมดุล Th17 มีการทำลายสิ่งแปลกปลอมที่รุนแรง และสมดุล Th2 เป็นสมดุลที่เมื่อพบกับสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายทำลายได้ยากหรือทำลายไม่ได้ เช่น พยาธิ หรือ ละอองเกสรดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปส่วนต่างๆของร่างกายและสร้างความเสียหายไปตามทางที่เคลื่อนที่ไป จึงต้องมีระบบที่ทำการซ่อมอย่างรวดเร็ว ส่วนสมดุลสุดท้ายสมดุล Treg เป็นสมดุลที่ร่างกายสร้างขึ้นมาสำหรับปกป้องสิ่งที่มีประโยชน์หรือเป็นมิตรต่อร่างกาย เช่น จุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร หรือในระหว่างการตั้งครรภ์ ลูกในท้องซึ่งนับเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายแม่ เนื่องจากมีพันธุกรรมของพ่อด้วย จึงเป็นสมดุลป้องกันไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของแม่มาทำลายลูก โดยการลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในบริเวณนี้ลง มิเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการแท้งลูกได้

ตามปกติเมื่อสมดุลภูมิคุ้มกันต่างๆทำงานเสร็จแล้ว เม็ดเลือดขาวที่มีบทบาทในการทำงานจะถูกทำลายลง แล้วสมดุลที่ตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม ก็จะกลับสู่สมดุล Th1 ซึ่งเป็นสมดุลพื้นฐานปกติ มีการพบโรคที่เกิดมาจากระบบภูมิคุ้มกันมากขึ้น เช่น โรคภูมิแพ้ โรคภูมิต่อต้านตัวเองต่างๆ หรือแม้แต่โรคมะเร็ง ทำให้เกิดสมมุติฐานว่า ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวอาจจะเนื่องมาจากการที่สมดุลไม่กลับมาสู่สมดุลพื้นฐาน (หรือถูกล็อคให้อยู่ในสมดุลที่เดิม) หลังเสร็จงานแล้ว
 
          การล็อคอยู่ในสมดุล Th2 จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
 
          การล็อคอยู่ในสมดุล Th17 จะทำให้เกิดโรคภูมิต่อต้านตัวเอง
 
          การล็อคอยู่ในสมดุล Treg จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง 
จะขอกล่าวถึงหลักฐานที่แสดงความเกี่ยวข้องของสมดุล Treg กับมะเร็งสักเล็กน้อย
  • เริ่มต้นพบว่า Treg ยับยั้งการทำงานของ NK cells (เม็ดเลือดขาวที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการกับเซลล์มะเร็ง) ในมะเร็งหลายชนิด
  • พบ Treg ในมะเร็งในระยะลุกลามทุกชนิด
  • พบว่าปริมาณการเพิ่มขึ้นของ Treg มีความสัมพันธ์กับความคืบหน้าของโรคมะเร็ง
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อทิ้งไป ทำให้ปริมาณ Treg ลดลงสู่ระดับเกือบปกติ
  • ผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิดที่ได้รับเคมีบำบัดแล้ว พบปริมาณ Treg ลดลงเป็นปกติ
  • พบการส่งสารเคมีจากเซลล์มะเร็งเพื่อเรียก Treg ให้มาปกป้อง และพบที่รับสัญญาณเคมีบนผิว Treg อีกด้วย
ทำให้เราได้ภาพรวมของสมดุลภูมิคุ้มกัน ซึ่งสามารถเปลี่ยนกลับไปมาได้ และในเวลาหนึ่งๆจะมีสมดุลที่เด่น ส่วนสมดุลที่เหลือจะถูกยับยั้งการทำงานลง และในกรณีที่สมดุลถูกล็อค การกระตุ้นให้เกิดการสร้างสมดุล Th1 จึงเป็นการปลดล็อคสมดุลอื่นๆที่เกิดขึ้น ซึ่งการศึกษาพบว่า การสร้างสมดุล Th1 จึงทำให้อาการต่างๆบรรเทาเบาบางลงหรือหายไปในที่สุด
Q: เบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง (YBG) ทำให้สมดุลพื้นฐานของร่างกาย (สมดุล Th1) เกิดขึ้นได้อย่างไร?
A: การเกิดสมดุล Th1 โดยเบต้ากลูแคนก็เกิดแบบเดียวกัน (APC ส่งสัญญาณเคมีให้ Th0 กลายเป็น Th1) ถึงปัจจุบันนี้มีเบต้ากลูแคนเพียง 3 ชนิดเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดสมดุล Th1 อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป ในรูปจะเห็นเม็ดเลือดขาวสองชนิดที่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณ ตัวสีฟ้าคือ APC ตัวนำสัญญาณมาส่งให้ ส่วนตัวสีเหลืองคือ Th0 ในที่นี้จะพูดถึงเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง ซึ่งขนมปังเป็นอาหารคู่กับมนุษย์มาเป็นเวลานานแล้ว จึงมีความปลอดภัยสูงมาก การทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังนี้ทำให้ APC ส่งสัญญาณสารเคมีเป็น IL-12 และ IL-18 ทำให้ Th0 กลายเป็น Th1 แล้วจึงปล่อยสารเคมีออกมา 3 ชนิด ซึ่งพบเห็นสารเคมีเหล่านี้สารออกมา ในคนที่ทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง
Q: เมื่อเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง (YBG) ทำให้เกิดสมดุล Th1 ขึ้นแล้ว จะสามารถปลดล็อคหรือปรับสมดุลให้มาเป็นสมดุล Th1 จริงเหรอคะ?
 
A: จากที่ทราบแล้วว่า สมดุลต่างๆในร่างกายสามารถเปลี่ยนกลับไปมาได้ เมื่อสมดุล Th1 เด่นขึ้นมาจากการทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง สมดุลอื่นก็จะถูกกดลง ดังนั้นหากร่างกายถูกล็อคอยู่ในสมดุลอื่นๆ ก็จะถูกปลดล็อคออกไปในที่สุด ดังตัวอย่างที่แสดงให้เห็นในกรณีที่ร่างกายถูกล็อคให้อยู่ในสมดุลภูมิแพ้ (สมดุล Th2)
 
มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงการปรับสมดุลจาก Th2 ไปสู่สมดุล Th1 (หรือเป็นการปลดล็อคสมดุลภูมิแพ้) โดยเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปัง โดยหนูที่ถูกกระตุ้นให้มีสมดุลเป็น Th2 หลังจากกินน้ำผสมเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังแล้ว ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ จะส่งผลให้สารเคมีจากสมดุล Th2 ลดลงจากเดิมถึง 310 เท่า ขณะที่สารเคมีจาก Th1 เพิ่มขึ้นจากเดิม 6-10 เท่า การศึกษานี้เป็นการศึกษาที่แสดงการปรับเปลี่ยนสมดุลอย่างชัดเจน
ขอเสริมด้วยการศึกษาในคนอีกอันนะครับ เพื่อความชัดเจน ซึ่งรูปแบบการศึกษานี้เป็นที่ยอมรับในการวิจัยทางการแพทย์ว่าเป็น Gold Standard โดยจะมีผู้เข้าร่วมศึกษา 3 กลุ่มโดยที่กลุ่มแพทย์ กลุ่มคนไข้ และกลุ่มนักสถิติ ซึ่งแพทย์จะตรวจและส่งผลให้นักสถิติเป็นผู้วิเคราะห์ เรียกว่าต่างคนต่างๆไม่รู้ข้อมูลของกลุ่มอื่นๆ ในการศึกษานี้ใช้ผู้ป่วยภูมิแพ้ซึ่งเป็นมานานเฉลี่ยเกือบ 8 ปี ศึกษาในช่วงเวลา 3 เดือน ผลก็คือ สารเคมีจาก Th2 ลดลงกว่า 30% ในขณะที่สารเคมีจาก Th1 เพิ่มขึ้น 20-50% และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เม็ดเลือดขาวชนิดอิโอซิโนฟิลซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การแพ้ลดลง 22%  ผู้เข้าศึกษามีอาการทุเลาลงและหายจากอาการดังกล่าวในที่สุด
………………………………………………………………………
Q: ที่พูดมามีแต่ข้อมูลของเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังทั้งนั้น แล้วเบต้ากลูแคนจากแหล่งอื่นจะทำแบบนี้ได้ไหมคะ?
 
A:สำหรับเรื่องนี้มีความจริงที่ต้องทราบก็คือ เบต้ากลูแคนจากแต่ละแหล่งมีรูปร่างต่างๆกันไป แม้แต่ที่มาจากกลุ่มเดียวกัน เช่น เห็ดกินได้ชนิดต่างๆก็ให้เบต้ากลูแคนที่มีรูปร่างหรือโครงสร้างที่ต่างกันมาก นอกจากนั้นกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ที่ไม่เหมาะสม  ก็ยังส่งผลต่อรูปร่าง 3 มิติของเบต้ากลูแคน เป็นต้น เท่าที่ศึกษามามีเพียงเบต้ากลูแคนจาก 3 แหล่งเท่านั้นที่สามารถปรับสมดุลให้เป็นสมดุล Th1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เบต้ากลูแคนบางชนิดนอกจากไม่ปรับแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดสมดุลที่อันตรายอีกด้วย เช่น เบต้ากลูแคนจากสาหร่ายและแบคทีเรีย
Q: ตอนนี้ก็ทราบแล้วว่า เบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังสามารถปรับสมดุลภูมิคุ้มกันให้ปกติได้ แล้วข้อมูลเกี่ยวกับการเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน?
 
A: หัวเรื่องนี้นับเป็นส่วนที่สองของคุณสมบัติของการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ก่อนหน้านี้พูดไปแล้วถึงการทำให้มีภูมิคุ้มกันที่ถูกต้อง ในตอนนี้จะพูดถึงการทำให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ซึ่งอันที่จริงแล้วการศึกษาสารเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันมานับ 100 ปีแล้วครับ แต่มีการศึกษาในช่วงปี 1990 ที่องค์การ NATO (สนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติคเหนือ) ได้มีมติให้หาสารเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อทหารที่ไปประจำในถิ่นทุรกันดารในประเทศโลกที่ 3 ที่มีสภาพแวดล้อมและอาหารการกินไม่ดีนัก เพื่อที่จะเสริมให้ทหารมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งจึงมีการริเริ่มให้เสาะแสวงหาสารเหล่านี้ขึ้นมา ผลของการศึกษาในสารอาหาร วิตามิน และสารเคมีต่างๆกว่า 300 ชนิดพบว่า เบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการกระตุ้นให้การกินสิ่งแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น รูปด้านล่างเป็นตัวอย่างของการศึกษา
Q: ถ้าเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังน่าสนใจขนาดนี้ ไม่ทราบว่าเลือกอย่างไรถึงจะดีคะ?
 
A: ก่อนจะบอกวิธีเลือกเนื่องจากในท้องตลาดมีอยู่หลายยี่ห้อมาก เปรียบเหมือนรถยนต์ ถ้าเราคิดว่ารถยนต์แต่ละยี่ห้อเหมือนกันคนเราก็คงซื้อแต่รถราคาถูก เพราะจำนวนเงินเท่ากันซื้อได้มากกว่า แต่ความจริงเบต้ากลูแคนก็เหมือนรถยนต์ที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพแตกต่างกันมาก
 
การเลือกซื้อเบต้ากลูแคนมีหลักอยู่ 3 ข้อ
  1. ประสิทธิภาพ ขณะนี้มีเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังสกัดจากสายพันธุ์พิเศษที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เบต้ากลูแคนที่มีจำหน่ายในสหรัฐอเมริกากว่า 45 ยี่ห้อ โดยมหาวิทยาลัย Louisville สหรัฐอเมริกา
  2. ความบริสุทธิ์ สิ่งปนเปื้อนไม่เพียงแค่ความไม่สะอาด แต่อาจส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการแพ้ต่างๆ และยังส่งผลให้สารที่ต้องการแสดงคุณสมบัติไม่เต็มที่ ที่บริสุทธิ์ที่สุดในท้องตลาดตอนนี้จะมีเบต้ากลูแคนที่บริสุทธิ์เกือบ 90% แต่ยี่ห้อส่วนใหญ่จะไม่บอกความบริสุทธิ์
  3. การละลายน้ำ เนื่องจากยีสต์ขนมปังและยีสต์สุราหรือบริวเวอร์ยีสต์มีต้นตอมาจากที่เดียวกัน (Saccharomyces cerevisiae) แต่การคัดเลือกสายพันธุ์ในเวลาต่อมามีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น การทำขนมปังต้องการยีสต์ที่สร้างกาซคาร์บอนไดออกไซด์สูงๆ ในขณะที่การหมักสุราต้องการยีสต์ที่ทนแอลกอฮอล์ได้ % สูง การคัดเลือกสายพันธุ์ต่างๆนี้ รวมทั้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวจะมีผลให้เกิดความแตกต่างของเบต้ากลูแคนจากแหล่งทั้งสองทั้งทางกายภาพและคุณสมบัติ ดังนั้นจึงต้องทราบว่ามาจากยีสต์ขนมปังจริงๆ และต้องเป็นเบต้ากลูแคนชนิดที่ไม่ละลายน้ำเท่านั้น เนื่องจากเบต้ากลูแคนชนิดที่ละลายน้ำได้ ไม่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวใดๆเลย
อีกประการหนึ่งการทานสารเบต้ากลูแคนหลายชนิดในเวลาเดียวกันจะส่งผลเสียเนื่องจากจะไปแย่งจับที่จับเฉพาะของเบต้ากลูแคนที่อยู่บนผิวของเซลล์ เช่น เม็ดเลือดขาว เมื่อจับแล้วจะกระตุ้นเม็ดเลือดขาวตามแต่คุณสมบัติของเบต้ากลูแคนนั้นๆ ถ้าจับชนิดที่ไม่กระตุ้นอะไรเลยก็จะไปกันที่เบต้ากลูแคนชนิดอื่นทำให้อาจจะได้ประโยชน์ของเบต้ากลูแคนอย่างไม่เต็มที่