ทำอย่างไรเราจึงลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ในเด็กได้?

เขียนโดย ผศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี

จากสถิติพบว่าเด็กไทยเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา คุณพ่อคุณแม่จึงควรทราบถึงความเสี่ยงที่ทำให้เด็กเป็นโรคภูมิแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ของลูกได้ค่ะ

Allergy-girl-sneeze

ทำอย่างไรเราจึงลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ในเด็กได้?

โรคภูมิแพ้ในเด็กเป็นโรคเรื้อรังที่หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ผิดปกติได้

ความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้มีอะไรบ้าง

ความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้มีทั้งปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงที่สำคัญมากและหลีกเลี่ยงไม่ได้คือประวัติทางพันธุกรรมของโรคภูมิแพ้ในครอบครัวค่ะ ยิ่งมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้มากก็ยิ่งมีโอกาสสูงที่เด็กที่เกิดในครอบครัวนั้นจะเป็นโรคภูมิแพ้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทั้งคุณพ่อและคุณแม่และ/หรือพี่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกคนถัดมาจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้สูงกว่าคุณพ่อหรือคุณแม่หรือพี่เพียงคนใดคนหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้

ส่วนปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญอีกด้านหนึ่งคือสิ่งแวดล้อมตั้งแต่แรกเกิดของเด็ก โดยเด็กที่คลอดด้วยวิธีการผ่าท้องคลอดจะมีความเสี่ยงของการเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าเด็กที่คลอดโดยวิธีธรรมชาติซึ่งมีโอกาสได้สัมผัสกับแบคทีเรียที่ดีจากในช่องคลอดของแม่ ซึ่งมีผลดีต่อระบบภูมิต้านทานของทารก

นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่

– การให้ลูกดื่มนมวัวสูตรทั่วไปก่อนอายุ 4-6 เดือน หรือการเริ่มให้อาหารเสริมแก่ลูกก่อนอายุ 4-6 เดือนจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคผื่นผิวหนังอักเสบและแพ้อาหาร

– การที่คุณแม่สูบบุหรี่ในช่วงตั้งครรภ์หรือการที่ลูกสัมผัสกับควันบุหรี่จากผู้ใหญ่ก็เป็นความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะโรคหืด

วิธีลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในเด็ก

เมื่อเราได้ทราบถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงของภูมิแพ้ในเด็กแล้ว ก็ควรมาลดความเสี่ยงเหล่านี้กันนะคะ คุณพ่อคุณแม่และสมาชิกทุกคนในครอบครัวมีบทบาทสำคัญมาก ๆ ในการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กด้วยการป้องกันโรคภูมิแพ้ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่เลยค่ะ โดยตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่และสมาชิกทุกคนในบ้านไม่ควรสูบบุหรี่ และคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่ในสิ่งแวดล้อม

ต่อมาเมื่อลูกอยู่ในช่วงวัยทารกก็ควรให้ทานนมแม่ล้วน ๆ จนถึงอายุ 4-6 เดือนเป็นอย่างน้อย เพราะมีการศึกษาชัดเจนว่าทารกที่ทานนมแม่ล้วนจนถึงอายุ 4-6 เดือนจะลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ได้ชัดเจน หากจำเป็นต้องใช้นมผสมร่วมด้วยก็ควรใช้นมที่มีการย่อยสลายของโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ให้มีขนาดเล็กลง และควรเริ่มอาหารเสริมหลังจากเด็กมีอายุครบ 4-6 เดือน โดยเริ่มทีละชนิด เพื่อจะได้สังเกตว่ามีการแพ้อาหารชนิดนั้นหรือไม่ นอกจากนี้เด็ก ๆ ควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ในสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจค่ะ

คุณพ่อคุณแม่สามารถเช็คว่าลูกมีความเสี่ยงเป็นภูมิแพ้มากแค่ไหนได้ที่ http://www.allergyrisktracker.com/th/

ขอบคุณข้อมูลจาก http://th.theasianparent.com