วัณโรค รู้เท่าทันป้องกันรักษาได้

0
410

รู้และเข้าใจ วัณโรค หนทางสู่การรักษา

วัณโรคเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปว่าเป็นโรคที่เกิดกับปอด เชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเอาเชื้อโรคที่ปะปนอยู่ในฝุ่นละออง และจากละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้เป็นเชื้อโรคชนิดนี้สามารถทนต่อความเย็นจัด แต่ไม่สามารถอยู่กับความแห้งได้นาน และจะตายทันทีเมื่ออยู่ในน้ำเดือด นอกจากนั้นเมื่อถูกแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์เชื้อโรคจะตายใน 2-3 นาที ถึง 1 ชั่วโมง การทำให้ปราศจากเชื้อโรค หรือที่เรียกว่าพาสเจอรไรเซอร์ หมายถึงการใช้ความร้อนกับของเหลวในอุณหภูมิ 145 ฟ (63 ..) นาน 30 นาที หรือความร้อน 160 ฟ (71 ซ..) นานครึ่งนาที วิธีนี้จะฆ่าเชื้อวัณโรคได้ทั้งหมด หากเชื้อวัณโรคสามารถเข้าไปในปอดได้ เชื้อจะเจริญขึ้นได้อย่างรวดเร็วอย่างน้อยในชั่วระยะหนึ่ง เชื้อวัณโรคชนิดหนึ่งมักเกิดกับโค กระบือเรียกว่า เชื้อวัณโรคโบวีน (Bovine) เชื้อชนิดนี้สามารถเกิดกับคนได้ซึ่งเมื่อเกิดในคน เชื้อโรคจะชอบอาศัยในต่อมน้ำเหลืองหรือกระดูกมากกว่าในปอด

วัณโรค
วัณโรค

เชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกายจากคนหนึ่งไปยังอีกคนได้หลายวิธี

คนบางคนไม่มีความระมัดระวังชอบถ่มน้ำลายลงพื้นหรือในที่ชุมชน หรือตามข้างถนน เชื้อโรคจึงคลุกเคล้ากับฝุ่นละออง เมื่อคนเดินผ่านมาฝุ่นละอองเหล่านั้นก็จะถูกสูดเข้าไปกับการหายใจหรือติดไปกับพื้นรองเท้า เด็กๆ ที่เล่นกันในบริเวณนั้น มืออาจเปรอะเปื้อนเชื้อโรค แล้วเอามือเข้าปาก นอกจากนั้นเชื้อโรคอาจติดอยู่ในช้อน แก้วน้ำ นกหวีด หรือดินสอ คนต่อมาก็จะเอาสิ่งของเหล่านั้นเข้าปาก ถ้าวัวเป็นโรค เชื้ออาจอยู่ในน้ำนม หรือคนที่เป็นโรคจับต้องน้ำนม ทำให้น้ำนมมีเชื้อวัณโรคได้ แต่ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว การพาสเจอไรเซอร์ หรือการต้มสามารถฆ่าเชื้อโรคได้

แต่ร้ายแรงกว่าคือเมื่อคนติดโรคจากผู้ป่วยโดยตรง มารดาที่เป็นวัณโรค หากเธอจุมพิตบุตรที่ปาก เด็กจะต้องได้รับเชื้อจากมารดาอย่างแน่นอน สมาชิกอื่นๆ ในบ้านอาจเป็นโรคได้เช่นกัน เช่น คุณย่าคุณยาย คุณลุงคุณน้าเป็นต้น

                      เมื่อเชื้อวัณโรคผ่านเข้าสู่ร่างกาย ก่อนที่จะเข้าไปทำลายอวัยวะ คนอาจขับออกมาโดยการไอหรือจาม หากกลืนเชื้อโรคเข้าไป เชื้อโรคอาจถูกทำลายได้โดยกรดในกระเพาะ ถ้าเชื้อโรคเข้าสู่กระแสโลหิต เชื้อโรคจะถูกทำลายโดยเม็ดโลหิตขาวแต่ถ้าเชื้อโรคสามารถผ่านเข้าไปได้ มันก็จะหาที่อยู่ทันที ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปอด

                      ร่างกายโดยทั่วไป รวมทั้งปอด จะหาวิธีโดยเฉพาะเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคชนิดนี้ เซลบางชนิดก็จะหลั่งไหลไปสู่ตำแหน่งที่มีเชื้อโรคอยู่เพียงชั่วระยะอันสั้น เซลเหล่านั้นจะเริ่มสร้างกำแพงล้อมไว้ ภายในกำแพงนี้ เชื้อวัณโรคยังคงเจริญต่อไปพร้อมกับทำลายเนื้อเยื่อที่มันอาศัยอยู่ เชื้อโรคอาจตายไปเองโดยไม่ทำอันตรายต่อไป หรืออาจมีชีวิตในจุดที่ถูกล้อมไว้อย่างนั้นต่อไปอีกจนนานแสนนาน ต่อมาสารแคลเซียมจะค่อยๆ สร้างขึ้นมาแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียไป ทั้งนี้ถ้าร่างกายมีความต้านทานปกติและกำแพงที่สร้างขึ้นยังคงล้อมเชื้อโรคเอาไว้

หากเชื้อวัณโรคไม่ใช่เป็นสิ่งที่มีชีวิต และไม่มีความสามารถในการเจริญ การป้องกันด้วยวิธีกำแพงล้อมนับว่าเป็นประโยชน์ แต่ในปอดซึ่งเป็นที่ที่มืดและชื้น เชื้อโรคจึงสามารถเจริญได้เร็ว ในขณะเดียวกันการแข่งขันกันระหว่างเซลที่เป็นกำแพงล้อมเชื้อโรคและความสามารถของเชื้อโรคที่จะทวีจำนวนมากขึ้นก็ยังคงดำเนินต่อไป ส่วนใหญ่เซลจะชนะแต่ก็ไม่เสมอไป และถ้ามันชนะ ชัยชนะครั้งแรกมิได้หมายความว่าการต่อสู้จะสิ้นสุดลงเพียงนั้น ส่วนเชื้อโรคที่ถูกล้อมไว้ ก็ต้องใช้เวลานานที่จะอยู่ได้อย่างปลอดภัย หากในขณะใดขณะหนึ่งที่ร่างกายอ่อนแอลง เชื้อโรคบางตัวก็จะเล็ดรอดหนีออกมาได้

Betaglucan สรรพคุณ รักษาโรคต่างๆ ดีต่อ มะเร็ง ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ เอสแอลอี สะเก็ดเงิน ป่วยบ่อย ภูมิคุ้มกันสมดุล วัณโรค หอบหืด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยากต่อการฆ่าเชื้อวัณโรค และเป็นอันตรายต่อร่างกาย

                      ประการแรกผิวของเชื้อวัณโรคมีสารคล้ายขี้ผึ้งหุ้มไว้ซึ่งเป็นเกราะป้องกันการโจมตีของเซลในร่างกาย ประการที่สองเชื้อโรคมีโปรตีนทูเบอร์คิวลิน ซึ่งกระตุ้นให้สร้างความไวพิเศษในเนื้อเยื่อขึ้น ดังนั้นหากเชื้อโรคสามารถเล็ดรอดจากกำแพงที่ล้อมไว้ได้ เชื้อโรคซึ่งมีทูเบอร์คิวลีนอยู่ในตัว ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ขึ้นในเนื้อเยื่อทันที ทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย

   แม้เชื้อโรคที่เข้าสู่ปอดจะอยู่ในบริเวณที่จำกัดและเล็ก แต่เชื้อโรคบางส่วนจะเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้บริเวณทรวงอก ซึ่งเป็นที่ผ่านของอากาศและการไหลเวียนของโลหิตที่เข้าออกจากปอด กำแพงของเซลที่ล้อมเชื้อวัณโรคในต่อมน้ำเหลือง มักจะได้ผลน้อยกว่าที่ล้อมไว้ในปอด อย่างไรก็ดี หากเชื้อโรคสามารถหนีรอดมาได้ และเนื่องจากตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับเนื้อเยื่ออยู่แล้ว ดังนั้นการทำลายก็ง่ายขึ้น และเพราะสารตอบรับความไวได้ถูกสร้างไว้ในเนื้อเยื่อแล้ว ดังนั้นการทำลายของเชื้อวัณโรคที่มีต่อเนื้อเยื่อจึงง่ายขึ้น

วัณโรค
วัณโรค

                      การทดสอบความไวในบุคคล แม้บุคคลผู้นั้นจะไม่มีอาการของโรคมาก่อน ก็สามารถทำได้ดังที่ได้อธิบายไว้แล้วว่าการสร้างสารความไวได้ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆ กับที่เซลกำแพงล้อมไว้และสารนี้จะอยู่ที่นั้นเป็นเวลานาน บางรายอยู่จนตลอดชีวิต การทดสอบทำได้โดยการฉีดเชื้อวัณโรคจำนวนน้อยใต้ผิวหนัง หากร่างกายแพ้ต่อเชื้อโรคตำแหน่งที่ฉีดจะมีรอยบวมแดงเกิดขึ้นใน 1-2 วันหลังจากฉีด

ผลที่ได้มิได้แสดงว่าบุคคลผู้นั้นเคยเป็นวัณโรคมาก่อน แต่หมายความว่าครั้งหนึ่งเชื้อวัณโรคได้เข้าสู่ตัวเขามาแล้ว ได้มีการทดสอบคนที่สุขภาพดีจำนวนล้าน ก็ยังพบว่ามีเชื้อวัณโรคในร่างกายด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นเริ่มตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมา ถ้าบุคคลใดมีความต้านทานน้อย เชื้อวัณโรคสามารถมีปฏิกิริยากับร่างกายได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ดีเนื่องจากเชื้อวัณโรคอยู่ได้อย่างไม่มีอันตรายในกำแพงที่ล้อมไว้ และความรุนแรงของเชื้อโรคจะลดลงขณะที่อายุของบุคคลสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้คนที่มีอายุจึงไม่ค่อยพบเป็นวัณโรคมากเท่าคนหนุ่ม

                      ตราบใดที่ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคได้ สุขภาพก็จะเป็นปกติแต่เมื่อใดความต้านทานลดถอยลง เชื้อโรคก็จะเป็นผู้ชนะคู่ต่อสู้ ซึ่งจะพบมากในช่วงของวัยรุ่นหรือวัยระหว่าง 20 ปีขึ้นไป วัยนี้เป็นวัยที่ต้องใช้พลังกายมากที่สุด เป็นวัยที่ไม่มีเวลาพักผ่อนและเวลานอนเพียงพอ และเป็นวัยที่ไม่สนใจเรื่องการกิน หญิงสาวหลายคนพบว่าขาดอาหาร เพราะต้องการลดน้ำหนัก

เชื้อวัณโรคเท่านั้นที่ทำให้เป็นวัณโรคได้

 แต่ภาวะการทำงานหนัก ตึงเครียด ท้อถอย และความทุกข์ยากอื่นๆ เป็นสาเหตุนำของโรค นอกจากนั้นสิ่งแวดล้อมก็มีความสำคัญ ส่วนมากคนเราสามารถต่อต้านเชื้อโรคที่ผ่านเข้ามาโดยการสัมผัสกับผู้ที่เป็นโดยตรงเป็นครั้งคราว แต่เด็กก็ต้องอยู่กับผู้ป่วยทุกวัน พบว่าต้องประสบกับอันตรายอย่างใกล้ชิด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีป้องกันการแพร่เชื้อโดยเร็วอาการของโรคที่เห็นเด่นชัดได้แก่ เหนื่อยง่ายโดยไม่มีเหตุผล น้ำหนักลด เบื่ออาหารและอาหารไม่ย่อย หากเป็นที่ปอดจะมีอาการไอ บางครั้งจะไอเป็นเลือด การไอเป็นเลือดครั้งแรกอาจออกมาหรือเพียงปะปนกับเสมหะเล็กน้อยเท่านั้น อาจมีอาการปวดหน้าอกเนื่องจากเยื่อหุ้มปอดอักเสบ คนหนุ่มที่คิดว่าตนเป็นโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ ต้องให้แพทย์ตรวจที่มาของอาการปวดเสมอ เพราะอาจเป็นวัณโรคได้ หากพบว่าเป็นและรักษาตั้งแต่เริ่มเป็น โอกาสหายย่อมมีมาก

แพทย์ตรวจว่าเป็นวัณโรคได้อย่างไร

วัณโรค
วัณโรค

สิ่งแรกแพทย์จะฟังอาการจากผู้ป่วยอย่างละเอียด อาการทุกอย่างแม้จะเป็นอาการเล็กน้อยก็ไม่ควรเพิกเฉย ประวัติการเป็นโรคตั้งแต่ยังเด็กมีส่วนสำคัญเช่นกัน สิ่งที่แพทย์ได้ทราบอาจเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย ต่อจากนั้นแพทย์ก็จะทำการตรวจร่างกาย อาจต้องสั่งฉายเอ็กซเรย์ปอดและตรวจเสมหะ

                      หลายรายสามารถวินิจฉัยได้โดยการฉายเอ็กซเรย์ อย่างไรก็ดีการวินิจฉัยโดยการเอ็กซเรย์เท่านั้นอาจผิดพลาดได้เช่นกัน เพราะโรคบางชนิดจะพบมีอาการลักษณะคล้ายคลึงกัน

วิธีการรักษา

                      วัณโรครักษาให้หายขาดได้ หากสามารถวินิจฉัยได้ก่อนที่จะเป็นมาก และผู้ป่วยให้ความร่วมมือกับการรักษา การรักษาตั้งแต่แรกเป็น จะมีโอกาสหายดีกว่า

                      ก. การรักษาด้วยยา เป็นที่น่ายินดีที่ผู้ป่วยวัณโรคเกือบทุกราย สามารถหายได้จากการรักษาด้วยยา โดยทั่วไปการรักษาใช้ยา 3 ชนิดด้วยกัน คือเสตรพโตไมซิน พาราแอมมิโนซาลิคไซเลทแอซิด และไอโซไนอาซิค การให้ต้องให้ติดต่อกัน 1 ปีหรือ 2 ปี

                      ข. การพักผ่อน หลายรายต้องพักรักษาในโรงพยาบาล นอกจากรักษาด้วยยาแล้ว การพักผ่อนมีความสำคัญเป็นอันดับรองลงมา การพักผ่อนในที่นี้หมายถึงการพักผ่อนที่เป็นการรักษา ไม่ใช่ลาพักจากงาน การพักผ่อนช่วยให้ปอดได้พักจากการทำงาน จึงเป็นช่วงโอกาสให้แผลหายได้เร็วขึ้น

การบำรุงร่างกายเป็นความสำคัญอันดับต่อมาให้อาหารดีมีประโยชน์ รวมทั้งอาหารประเภทนม ไข่ ผลไม้และผักต่างๆ ให้วิตามินจำนวนมาก

                      แสงแดดมีประโยชน์ต่อวัณโรคของต่อมน้ำเหลืองและกระดูก แต่สำหรับวัณโรคในปอดนั้น ถ้าได้รับแสงแดดมากไปจะเป็นโทษมากกว่า อากาศบริสุทธิ์มีความสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องออกไปตากแดดที่ร้อนจัดหรือในขณะที่มีอากาศหนาวจัด อากาศบริสุทธิ์ เย็นสบาย และมีลมพัดผ่าน ก็เหมาะสมกับความต้องการ อากาศเย็นไม่เป็นอันตราย ถ้าผู้ป่วยสวมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นเพียงพอ

                      ค. เฟรนิเซ็คโตมี่ Phrenicectomy การผ่าตัดประสาทเฟรนิค หรือประสาทกระบังลม ทำให้ปอดได้พักผ่อนจากการทำงาน เป็นเหตุให้ปอดที่เป็นแผลมีโอกาสหายเร็วขึ้น ต่อมาเส้นประสาทเส้นนั้นสามารถกลับสู่สภาพปกติได้ กระบังลมก็จะทำงานเป็นปกติอีกครั้ง

                      ง. นิวโมโทแรกซ์ Pneumothorax  เป็นวิธีที่ทำให้ปอดข้างที่เป็นโรคแฟบโดยการฉีดอากาศเข้าสู่ช่องปอดซึ่งอยู่ระหว่างปอด และผนังทรวงอก เป็นวิธีที่ไม่มีอันตราย และเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปอดที่เป็นโรคอาจแฟบหมดทั้งข้าง จึงไม่จำเป็นต้องทำงาน แผลก็จะหาย บางทีแพทย์จะให้ปอดแฟบอยู่เช่นนี้เป็นปี ปอดข้างที่เหลือจะสามารถทำหน้าที่เพียงข้างเดียวได้

                      จ. โทราโคพลาสตี้  Thoracoplasty คือการตัดซี่โครงบางส่วนออกเพื่อทำให้ปอดที่เป็นโรคแฟบลงอย่างถาวร อย่างไรก็ดีการตัดปอดที่เป็นโรคทิ้งเสีย มักจะทำในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไร้ผล แต่การผ่าตัดจะทำได้ก็ต่อเมื่อปอดอีกข้างหนึ่งสมบูรณ์เป็นปกติ

การดูแลในบ้าน  Home  Care

                      ผู้ป่วยวัณโรคจะดีขึ้นมากหลังจากได้พักผ่อนแล้ว 2-3 สัปดาห์ไข้จะลดลง ไม่มีอาการไอ เพราะอาการที่ดีขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยสำคัญผิดคิดว่าตนเองหาย สามารถกลับสู่งานปกติได้ แต่แพทย์รู้ดีกว่า เพราะแพทย์จะทำการตรวจอีกครั้งโดยให้ฉายเอ็กซเรย์และตรวจเสมหะซ้ำ ซึ่งผลปรากฏให้ทราบว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุดทีเดียว ศัตรูเพียงสงบศึกชั่วคราว คอยโอกาสที่จะโจมตีอีกครั้งนี่เป็นช่วงอันตราย การหยุดต่อสู้เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวว่าจวนหายเป็นปกติ จะทำให้เชื้อโรคถือโอกาสโจมตีบริเวณที่มีภูมิไวรับอีก เพื่อชัยชนะ ผู้ป่วยจะต้องสร้างกำแพงล้อมเชื้อโรคซึ่งเป็นศัตรู จนกว่าเชื้อโรคจะถูกทำลายหรือตายไป เขาจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาอย่างเคร่งครัดและต้องทำเช่นนั้นต่อไปแม้ว่าผู้ป่วยรู้สึกสบายแล้วก็ตาม

                      บางแห่งไม่มีโรงพยาบาลสำหรับโรคปอดโดยเฉพาะ ดังนั้นการพักผ่อนต้องทำกันที่บ้านโดยมีแพทย์เป็นผู้แนะนำ การรักษาวัณโรคที่บ้านสามารถทำได้เป็นผลสำเร็จ แต่ทั้งนี้สมาชิกในบ้านทุกคน จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของแพทย์ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ห้องผู้ป่วยควรมีหน้าต่างให้ลมถ่ายเทเข้าออกได้สะดวกและมีแสงแดดส่องเข้าถึง ควรให้ผู้ป่วยพักแต่ลำพังผู้เดียว

วัณโรค
วัณโรค

                      ก. อาหาร อย่าให้รับประทานอาหารมากไป แต่ควรให้เพียงพอกับความต้องการเพื่อรักษาน้ำหนักที่ควรเป็น อาหารที่ถูกต้องประกอบด้วย

1. นม ประมารวันละ 1 ลิตร

2. ไข่ วันละหนึ่งถึงสองฟอง

3. ผักมากๆ มีอาหารปลาบ้าง

4. ผักสลัดและผลไม้สดทุกวัน

5. น้ำมันตับปลา 1 ช้อนโต๊ะทุกวัน

6. ของหวานที่ย่อยง่าย

                      ผู้ป่วยควรมีจาน ชาม ช้อน เป็นของตนเองโดยเฉพาะ ควรล้างด้วยสบู่และน้ำร้อน ต้มทุกครั้ง ครั้งละ 5 นาที และแยกออกจากสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว เครื่องนอน เสื้อผ้า ควรแยกจากคนอื่นจนกว่าจะต้มและซักสะอาดแล้ว

                      ข. ข้อควรระวัง การกำจัดเสมหะเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งสกปรกที่ออกจากปากและจมูกผู้ป่วยควรรองรับด้วยถ้วยกระดาษซึ่งสามารถนำไปเผาทิ้งได้ ใช้กระดาษเช็ดปากแทนการใช้ผ้าเช็ดหน้า ปิดปากและจมูก

                      อนุญาตให้เพื่อนและญาติเข้าเยี่ยมได้ หากการเยี่ยมทำให้ผู้ป่วยสดชื่นและไม่นานเกินไป ในเวลาเดียวกันถ้ามีผู้มาเยี่ยมมากไป หรือทุกบ่อยทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยอ่อนเพลีย ผู้ป่วยควรนั่งฟังเพื่อนคุยมากกว่า อย่านำเรื่องเศร้าหรือเรื่องร้ายมาเล่าให้ผู้ป่วยฟัง หากผู้ป่วยไอผู้มาเยี่ยมไม่ควรยืนหรือนั่งใกล้ผู้ป่วย เด็กอายุต่ำกว่า 16 ไม่ควรเข้าเยี่ยมผู้ป่วยวัณโรคไม่ว่าผู้ป่วยจะไปหรือไม่ก็ตาม

                      สมาชิกในครอบครัวควรได้รับการตรวจจากแพทย์ เด็กๆ ที่อยู่ในบ้านควรฉีดทดสอบว่ามีเชื้อโรคหรือไม่ หากผลออกมาเป็นลบ หมายถึงเด็กไม่ได้ติดเชื้อ แต่ถ้าเป็นบวก ขั้นต่อไปก็ควรให้เด็กฉายเอ็กซเรย์ปอด แพทย์สามารถบอกได้ว่าปอดมีแผลหรือไม่ ตราบใดที่ผู้ป่วยวัณโรคยังอยู่ในบ้าน เด็กๆ ที่ฉีดทดสอบเชื้อวัณโรคที่มีผลเป็นลบ ควรมีการตรวจซ้ำทุกๆ หกเดือน

                      บางครั้งอาจมีคนสูงอายุที่เป็นวัณโรคเรื้อรังโดยตนเองไม่รู้ตัว แม้จะมีอาการไอและหอบคอยรบกวนก็ตาม พวกเขามักจะคิดว่าตนเป็นโรคหลอดลมอักเสบ หืด หรือโรคหัวใจ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจร่างกายเสมอ หากพบว่าเป็น ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

สิ่งอื่นๆ ที่พึงต้องคำนึง

                      ก. ภูมิอากาศ หลายปีก่อนเป็นที่เข้าใจว่าคนที่เป็นวัณโรคควรอาศัยอยู่ในภูมิอากาศที่พิเศษเฉพาะ ความจริงภูมิอากาศก็เป็นสิ่งช่วยได้บ้าง แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นแต่อย่างเดียว หากบุคคลสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่มีอากาศดี สิ่งแวดล้อมดี ก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าไปแล้วทำให้มีปัญหา คิดถึงเพื่อน คิดถึงบ้าน ไม่ได้รับการดูแลอย่างอื่นๆ เพียงพอ การเปลี่ยนสถานที่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด

ข. การออกกำลังกาย การรออกกำลังขั้นแรก ได้แก่ลุกนั่งบนเก้าอี้ ติดตามด้วยการเดินไปกินอาหารในห้องอาหารเอง ต่อมาก็ด้วยการเดินหรือเล่นเบาๆ สิ่งใดเมื่อทำแล้วให้รู้สึกเหนื่อยไม่ควรทำ

                      ค. กฎต่างๆ ผู้ป่วยวัณโรคมีกฎข้อบังคับบางอย่างที่ต้องทำ เช่นผู้ป่วยไม่ควรกลืนเสมหะของตนเอง เพราะอาจเป็นวัณโรคในลำไส้ได้ การกวาดทำความสะอาดห้องควรใช้ผ้าหมาดๆ เช็ด แปรงสีฟันต้องรักษาให้สะอาด การใช้ dental floss ทำความสะอาดระหว่างซอกฟันและใช้เศษผ้านุ่มๆ กับสบู่ถูฟันดีกว่าการใช้แปรงสีฟัน ผู้ให้การปฐมพยาบาลต้องล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารหรือจับต้องสิ่งของและอาหาร

                      หากได้ปฏิบัติตามกฎต่างๆ ที่วางไว้ ผู้ให้การปฐมพยาบาลไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะติดโรค แต่ควรรักษาตัวให้มีสุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกลางแจ้งเสมอ และปราศจากความกังวลหรือกลัวต่อโรค

                      ง. การเป็นโรคซ้ำ อาการของโรคอาจเป็นซ้ำระหว่างการรักษา ควรแนะนำให้ผู้ป่วยคอยสังเกตอาการที่เคยเป็นมาแล้วว่าจะมีอีกหรือไม่ แนะนำไม่ให้ผู้ป่วยคิดไปว่าตนอาจเป็นไข้หวัดเท่านั้น ไม่ใช่เป็นวัณโรค ไม่ควรคิดว่าเลือดที่ปนเสมหะมาจากเหงือกหรือในคอ ควรสังเกตและรายงานอาการแก่แพทย์ทันที

                      วัณโรคอาจเป็นซ้ำได้ แม้ขณะผู้เป็นจะรู้สึกแข็งแรงก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาครบตามที่แพทย์แนะนะจะรู้สึกตัวว่าแข้งแรงขึ้นมาก แต่นั่นมิได้หมายความว่าหายจากโรคแล้วโดยเด็ดขาด ดังนั้นโรคนี้ไม่สามารถบอกได้ด้วยความรู้สึกแต่ต้องดูสภาพของปอดซึ่งเรามองไม่เห็น

                      ผู้ป่วยวัณโรคที่มีอาการดีขึ้นควรพักผ่อนมากกว่าคนธรรมดา ไม่สมควรละเลยในเรื่องนี้ มิตรสหายไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ป่วยยังไม่อยู่ในขั้นปลอดภัย ทั้งๆ ที่สุขภาพทั่วไปแข็งแรงแล้ว ทางครอบครัวจะต้องคอยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยทำงานหนัก ไม่ให้มีเรื่องกังวล ไม่ให้มีแขกมาเยี่ยมเยือนมากไป ไม่เที่ยวมาก และต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ

                      จ. การทดสอบ ทดสอบว่าเป็นวัณโรคหรือไม่ นิยมทำกันทั่วไปโดยเฉพาะในเด็ก วิธีนี้ได้พบประชาชนจำนวนมากมีเชื้อวัณโรคในตัว แต่ไม่มีอาการปรากฏ จึงต้องศึกษากันว่าเด็กที่มีเชื้อวัณโรคเหล่านี้ควรได้รับการรักษาหรือไม่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายท่านลงความเห็นว่า น่าจะให้การรักษาด้วยยา ISONIAZID หนึ่งปี วิธีนี้จะช่วยระงับไม่ให้เชื้อโรคทวีมากขึ้นและอาจเป็นเหตุให้เป็นโรคได้ การศึกษาในลักษณะดังกล่าวจะให้กับเด็กที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่อาจทำให้เป็นโรคได้ง่าย

                      ฉ. การป้องกัน เชื้อวัณโรคไม่มีพิษ (toxic) โดยตรง ดังนั้นจึงไม่มีการสร้างสารแก้พิษเฉพาะ (Specific  antitoxin) แต่วัคซีนเป็นความหวังอย่างหนึ่งที่จะช่วยสร้างความต้านทานให้แก่ร่างกายได้ จึงมีผู้คิดค้นสร้างวัคซีนป้องกันโรคนี้ขึ้น

                      วัคซีนที่พบว่าได้ผลดีที่สุดนั้นค้นพบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านแบคเตรีชาวฝรั่งเศสชื่อ คาลเมทท์ ท่านได้ทำวัคซีนจากการเพาะเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิต วัคซีนชนิดนี้เรียกว่า บี ซี จี (BCG) นิยมใช้กันมากในยุโรปและที่อื่นๆ รวมทั้งประเทศไทย ได้ผลดีในการป้องกัน โดยผู้ได้รับวัคซีนทุกคนจะมีเชื้อวัณโรคหมด ดังนั้นการทดสอบหาเชื้อ จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับบุคคลเหล่านี้

ข้อควรปฏิบัติ

1. โปรดจำไว้ว่าการพักผ่อนและการกินอาหารดีมีประโยชน์และย่อยง่ายเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด

2. อย่าเสียเวลาเชื่อคำโฆษณาต่างๆ สำหรับการรักษาวัณโรคให้หายอย่างเด็ดขาด

3. อย่าทิ้งบ้าน ทิ้งครอบครัวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี แต่ขาดการรักษาจากแพทย์

4. ปรึกษาแพทย์ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แพทย์จะตรวจและทำการทดสอบหาเชื้อ เมื่อพบว่าเป็นโรค ท่านอาจแนะนำให้อยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

5. ไม่ว่าจะอยู่โรงพยาบาลหรือที่บ้าน แพทย์จะสั่งยาสำหรับวัณโรคที่พิสูจน์ แล้วได้ผลให้ผู้ป่วยทุกราย ยาประเภทนี้มีมากขึ้นในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก healthmeplease

Transfer Point ได้ทุ่มทุนวิจัยและพัฒนากว่า 8,000 ล้านบาท เพื่อหาสายพันธุ์ของ ยีสต์ขนมปัง (Saccharomyces cerevisiae สายพันธุ์ #300) สายพันธ์ุพิเศษที่คัดสรรมาโดยเฉพาะเพื่อได้ประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมกับอาหารที่ใช้เลี้ยงและปัจจัยต่างๆที่สำคัญในการเลี้ยงศึกษาช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม กระบวนการสกัดเพื่อให้ได้ เบต้ากลูแคน ยีสต์ขนมปัง บริสุทธิ์มีประสิทธิภาพสูงสุด Beta1,3D Glucan คือเบต้ากลูแคนยี่ห้อเดียวที่มีการระบุปริมาณเบต้า 1,3 มากถึง 86% บนฉลาก เบต้ากลูแคนของ Transfer Point, Inc. จึงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าดีที่สุดมาเป็นเวลานานแล้ว จนกระทั่งปัจจุบัน betaglucan มะเร็ง ภูมิแพ้ เอสแอลอี SLE เกร็ดเลือดตำ่ ภูมิต้านทานสมดุล  เบต้ากลูแคน ราคาพิเศษ

ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here