pm2.5 ฝุ่น เบต้ากลูแคน

ฝุ่นละออง PM 2.5 กำลังเป็นข่าวดัง ที่ส่งผลคุกคามต่อสุขภาพของชาวไทยอยู่ในขณะนี้ อันตรายของฝุ่นละอองนี้ก็คือ มีขนาดเล็กมาก เมื่อหายใจเข้าสู่ปอดของเราแล้ว สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดของเราได้โดยตรง และที่สำคัญก็คือ ส่วนประกอบของฝุ่นเหล่านี้อาจจะเป็นสารอะไรก็ได้ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเรามากขึ้น เมื่อสามารถเข้าสู่ปอด และกระแสเลือดของเราอย่างง่ายๆแบบนี้ี ล่าสุดผลวิจัยของนิด้าเปิดเผยว่า พบโลหะหนักอย่างน้อย 4 ชนิดในละอองฝุ่น ที่สำรวจในกรุงเทพมหานคร

ป้องกัน ฝุ่นละออง PM 2.5

ผลกระทบของฝุ่นละอองเหล่านี้ มีต่อคนทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก UNESCO ออกมาแสดงความเป็นห่วง เกี่ยวกับผลกระทบของฝุ่นละอองต่อการพัฒนาการของเด็ก ทั้งทางด้านการเจริญเติบโต พัฒนาการสมอง และภูมิคุ้มกันของร่างกาย 

ส่วนในผู้ใหญ่ก็ไม่ได้อันตรายน้อยกว่า ถ้าสิ่งแปลกปลอมสามารถเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วขนาดนี้ โอกาสเสี่ยงที่พบคือโรคทางเดินหายใจ ไปถึงมะเร็ง หรือการทำงานที่ผิดปกติของร่างกายในระบบต่างๆ รวมทั้งต่อมไร้ท่อ เนื่องจากสารจากฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถกระจายไปทั่วร่างกาย หากยิ่งเป็นสารพิษหรือสารก่อมะเร็งแล้ว อันตรายคงจะเพิ่มพูนอีกนับเท่าตัว

ในการที่จะรักษาร่างกายของเราให้ทำงานได้เป็นปกติ เราจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง โดยภายนอก ต้องเลี่ยงไม่ไปในที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองสูง สวมหน้ากากเมื่ออยู่นอกบ้าน และควรจะมีเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน เป็นต้น ส่วนภายในร่างกายควรทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน รวมทั้งสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นเกราะป้องกัน หน่วยซ่อมแซม และกำจัดสารพิษต่างๆ เช่น โลหะหนัก จากร่างกาย เช่น เบต้ากลูแคน เนื่องจากมีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า สารชนิดนี้สามารถช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากละอองฝุ่นเหล่านี้ได้ 

มีผลยืนยันจากการศึกษา ที่แสดงให้เห็นว่า เบต้ากลูแคนช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้ โดยลดสารเคมีที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ และเม็ดเลือดขาวชนิดทีสัมพันธ์กับการแพ้ลงได้ ยังมีการศึกษาถึงการนำเบต้ากลูแคนไปใช้เป็นวัคซีนชนิดรับประทาน ซึ่งสามารถช่วยลดการติดเชื้อ ในทางเดินอาหารและทางเดินหายใจได้ ซึ่งเชื้อดังกล่าวได้คร่าชีวิตเด็กๆทั่วโลกปีละถึง 5 ล้านคน การศึกษาเหล่านี้เป็นการยืนยันถึงคุณสมบัติในการพัฒนาภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลประโยชน์ในการป้องกันภัยจากฝุ่นละอองเหล่านี้ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

บทความโดย : ดร.วิทยา กดุมภะ