อึ้ง!สถิติมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยครองแชมป์ 1 คนทุก 8 นาที

ข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์ 12 ต.ค. 2557

สธ.นำร่องจัดบริการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายของชีวิต ขยายทีมดูแลถึงบ้าน พบสถิติโรคมะเร็ง มีคนไทยเสียชีวิตอันดับ 1 ปีละประมาณ 60,000 ราย เฉลี่ย 1 คนทุก 8 นาที…   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดอบรมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักสังคมสงเคราะห์ นักโภชนาการ กว่า 250 คนจากโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ 16 แห่งทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดความรู้ การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต เช่น โรคมะเร็ง โรคไต เป็นต้น ก่อนเสียชีวิต ซึ่งเป็นบริการใหม่ในระบบสุขภาพประเทศไทย ช่วยคลายทุกข์ญาติและผู้ป่วย ก่อนเสียชีวิต

นายแพทย์รัชตะ กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกให้ความสนใจในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly) ที่กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 19-24 พฤษภาคม 2557 ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและถือเป็นประเด็นที่ต้องส่งเสริมเพื่อให้มีการบริการอย่างทั่วถึง  ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายเร่งรัดการดำเนินการสร้างเสริมสุขภาวะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในภาวะที่พึ่งพิง รวมทั้งผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม มีผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมดูแลจากชุมชนและครอบครัว สำหรับบริการดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิตนี้ เป็นบริการใหม่ในระบบสุขภาพไทยและมีความจำเป็น เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่นมะเร็ง เบาหวาน โรคไต โรคเอดส์ เป็นต้น จำนวนมากรวมกว่า 4  ล้านราย และพบมากในผู้สูงอายุ

cancer

โดยโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกันมากว่า 10 ปี คือโรคมะเร็ง เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 60,000 กว่าราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พบทุกหมู่บ้าน ในปี 2555 มีรายงานเสียชีวิต 63,272 ราย เฉลี่ย 1 รายทุก 8 นาที โรคนี้ทำผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานมาก โดยเฉพาะอาการปวดจากอวัยวะภายในที่เซลล์มะเร็งลุกลามไป ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแต่ละกลุ่มโรคและสถานพยาบาลแต่ละระดับ ตามบริบทสังคมไทย ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่มีมาตรฐาน เพื่อคลายอาการทุกข์จากการป่วยทั้งการจัดการความเจ็บปวด อาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ และการดูแลด้านจิตใจ จิตวิญญาณตามหลักศาสนาแก่ผู้ป่วยและญาติ ลดความซึมเศร้าลง

ด้านนายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า แนวทางการรักษาผู้ป่วยในระยะสุดท้ายแบบประคับประคองนี้ ขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ไทยได้เริ่มพัฒนาระบบริการในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ 7 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลระดับเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งส่วนใหญ่จะดูแลผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคที่รักษายาก โรคที่มีความซับซ้อนหรือมีอาการหนัก เช่น โรคมะเร็ง โรคไต เป็นต้น ดำเนินการมา 10 กว่าปี โดยตั้งเป็นหออภิบาลคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะ แยกสัดส่วนการรักษาจากผู้ป่วยอื่น ให้เป็นสถานที่พักผ่อนของผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ในปี พ.ศ.2555 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งใหม่ 3,917 ราย  เพิ่มจากปี พ.ศ.2551 ที่มีเพียง 2,949 ราย ในการดูแลจะใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือ บำบัดรักษาตามอาการที่ปรากฏ เพื่อทำให้ผู้ป่วยมีความสุขมากที่สุด ไม่เจ็บปวดทรมาน ให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ ใช้ดูแลได้ทั้งโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ ที่รู้ว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้และคุกคามต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากญาติมีความต้องการให้ผู้ป่วยไปพักผ่อนที่บ้านก็สามารถทำได้  โดยทีมสหวิชาชีพจะแนะนำการดูแลรักษา ทั้งเรื่องอาหารและยา ให้ความรู้อาการของผู้ป่วยทุกขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นเป็นลำดับเพื่อญาติเข้าใจและสามารถดูแลผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด โดยมีระบบให้ญาติโทร.สอบถามแพทย์และพยาบาลผู้ดูแลได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน หรือจัดส่งหน่วยเยี่ยมบ้านออกไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านทุก 1-2 สัปดาห์เพื่อดูอาการพร้อมให้คำแนะนำกับญาติ โดยตั้งเป้าขยายแนวทางการรักษาแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้สมบูรณ์แบบในโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ที่มี 16 แห่งทั่วประเทศ เพื่อหารูปแบบที่ดีและเหมาะสมกับสังคมไทยต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น