โรคตับอักเสบเรื้อรัง เบต้ากลูแคน​ Transfer Point กับการรักษาทางเลือก

โรคตับอักเสบ

โรคตับอักเสบเป็นภาวะทางสุขภาพที่มีอาการอักเสบของตับเนื่องมาจากการที่เซลล์ที่มีการอักเสบซึ่งอาศัยอยู่บนเนื้อเยื่อของตับ ภาวะนี้สามารถหายเองได้ อย่างไรก็ตามมันก็สามารถเปลี่ยนไปสู่สภาพที่ย่ำแย่กว่าเดิมได้ เช่น การเกิดเป็นพังผืดและโรคตับแข็ง

โรคตับอักเสบมี 2 ชนิด

โรคตับอักเสบเฉียบพลัน [acute hepatitis] หมายถึงโรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็หาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ 2-3 สัปดาห์โดยมากไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายขาดจะมีบางส่วนเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงกับเสียชีวิต
โรคตับอักเสบเรื้อรัง [chronic hepatitis] หมายถึงตับอักเสบที่เป็นนานกว่า 6 เดือนจะแบ่งเป็น 2 ชนิด
– chronic persistent เป็นการอักเสบของตับแบบค่อยๆเป็นและไม่รุนแรงแต่อย่างไรก็ตามโรคสามารถที่จะทำให้ตับมีการอักเสบมาก
– chronic active hepatitis.มีการอักเสบของตับ และตับถูกทำลายมากและเกิดตับแข็ง

อาการของโรคตับอักเสบ

อาการเริ่มต้นของโรคตับอักเสบคืออาการคล้ายหวัดซึ่งจะเป็นบ่อยในการติดเชื้อจากไวรัสที่รุนแรง มันอาจจะรวมถึงการปวดบริเวณข้อต่อและกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ ปวดหัว เป็นไข้และท้องเสีย อาการของตับอักเสบในขั้นรุนแรงนั้นจะรวมไปถึง อาการดีซ่าน (อาการผิวและตาเหลือง) ปัสสาวะสีเข้ม แน่นท้อง และไม่อยากอาหาร อาการทางกายภาพนั้นถือว่าไม่หนักมาก นอกเสียจาก ดีซ่านและการพองบวมของปอดที่เรียกว่า hepatomegaly นอกจากนี้ยังมีบางกรณีที่ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น (lymphadenopathy) และการโตขึ้นของม้าม (splenomegaly) ก็เคยเกิดขึ้นเช่นกัน

โรคไวรัสตับอักเสบขั้นรุนแรงนั้นมักจะไม่เผยอาการใดๆในกรณีของคนที่ยังหนุ่มสาว โดยทั่วไป อาการมักจะแสดงออกมาหลังจาก 7 ถึง 10 วันในช่วงพักฟื้น การป่วยทั้งหมดจะกินเวลาประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบอย่างรุนแรงนั้นมีโอกาสเล็กน้อยที่จะกลายเป็นโรคตับล้มเหลว ในภาวะนี้อาจจะก่อให้เกิดความคุกคามต่อชีวิตและอาจจะต้องมีการปลูกถ่ายตับเลยทีเดียว

ในกรณีตับอักเสบเรื้อรังนั้นโดยปกติแล้วมักจะแสดงอาการที่ระบุชนิดไม่ได้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับความอ่อนแอ ความเหนื่อย เป็นไข้และบางครั้งอาจจะไม่มีอาการอะไรเลยแม้แต่น้อย ภาวะนี้นำไปสู่แผลเป็นในบริเวณกว้างและทำให้ตับเสียหาย (cirrhosis) โรคขาบวม (peripheral edema) ภาวะมีน้ำในช่องท้อง ท้องบวมโต (ท้องมาน – ascites) เลือดออกและช้ำง่ายรวมไปถึงการที่น้ำหนักลด ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงเหล่านี้อาจจะนำไปสู่ภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น โคมา หรือ มึนงง (encephalopathy) การผิดปกติของไต (hepatorenal syndrome) และการขยายใหญ่ขึ้นของเส้นเลือดเวนน์ที่ผนังหลอดอาหาร (esophageal varices).

สาเหตุของโรคตับอักเสบ

– เชื้อไวรัส มีหลายชนิดได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ ,บ,ซี,ดี,อี
– เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
– ยาบางชนิด เช่น ยารักษาวัณโรค halothane, isoniazid, methyldopa, phenytoin, valproic acid, sulfonamide drugs. ผู้ป่วยหากได้ acetaminophen (พาราเซ็ตตามอล)ในขนาดสูงมากก็สามารถทำให้ตับถูกทำลายได้
– เชื้อโรคบางชนิด เช่น ไทฟอยด์,มาลาเรีย

การอักเสบของตับจะทำให้ตับบวม มีการทำลายเซลล์ตับ ทำให้มีอาการอ่อนเพลียจากการทำงานผิดปกติของตับ หากการอักเสบเกิดขึ้นเป็นเวลานานจะทำให้ตับถูกทำลายมาก และถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับมีแผลเป็น และมีลักษณะแข็งเป็นตุ่มๆ แม้ว่าสาเหตุของตับอักเสบจะมีมากมายแต่สาเหตุที่สำคัญคือไวรัสตับอักเสบ ปัญหาโรคตับอักเสบ บี และโรคตับอักเสบเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศไทยและทั่วโลก การดำเนินของโรคตับอักเสบ บี และโรคตับอักเสบ ซีสามารถดำเนินเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง เป็นตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับ เป็นภาวะที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทางครอบครัว ทางเศรษฐกิจเป็นอันมาก ดังนั้นการเข้าใจถึงโรคตับอักเสบ ซึ่งรวมถึงการติดต่อ การดำเนินของโรค การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันการติดต่อซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดูแลและช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลง

ไวรัสตับอักเสบมีกี่ชนิด : ไวรัสตับอักเสบ A, B, C, D และ E

การรักษาโรคตับอักเสบ

การเลือกใช้ยาจะเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเนื่องจากยามีผลข้างเคียงที่พึงระวังหลายอย่าง ยาที่ใช้อยู่มี interfeon และ lamuvudin

การรักษาทางเลือก ด้วยเบต้ากลูแคน Transfer Point USA
การรักษาทางเลือกด้วย เบต้ากลูแคน จากผนังยีสต์ขนมปังบริสุทธิ์ เบต้ากลูแคนจะช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกายให้ร่างกายรักษาตัวเองตามธรรมชาติ เซลล์เม็ดเลือดขาวจะค้นหาสิ่งแปลกปลอมทำลายเชื้อโรคที่ทำให้เกิดตับอักเสบ และฟื้นฟื้นฟูเซลล์ของตับ ถ้ารับประทานเบต้ากลูแคนตามคำแนะนำ ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ อ่านรีวิวผู้ป่วยด้านล่าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น