รีวิว เบต้ากลูแคน ภูมิแพ้ตนเอง As ชนิดกระดูกสันหลังยึดติด

ประสพการณ์ผู้ใช้ เบต้ากลูแคน ปรับสมดุลร่างกาย ผู้ป่วย As. โรคภูมิแพ้ตนเอง ชนิดกระดูกสันหลังยึดติด (ภูมิเพี้ยน)

ขอบคุณรีวิวจากลูกค้า ปรับสมดุลภูมิต้านทาน ด้วยเบต้ากลูแคน Bet1,3D Glucan สู่สมดุล Th17

ภูมิเพี้ยน

สมดุลภูมิคุ้มกัน

เพื่อความเหมาะสมและรวดเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่มีความหลากหลายมาก ช่วงวิวัฒนาการของมนุษย์เราก็ได้พัฒนารูปแบบการตอบสนองออกเป็น 4 แบบ จะขอเรียกว่า 4 สมดุลในที่นี้ (ดูรูปที่ 4.1)

สมดุลแรกคือ สมดุล Th1 (สมดุลพื้นฐานปกติ) ซึ่งเป็นสมดุลพื้นฐาน เป็นสมดุลแรกที่ร่างกายมีขึ้นเพื่อปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมทั้งภายนอก รวมทั้งความผิดปกติภายในร่างกาย แม้ว่าต่อมาเมื่อร่างกายมีการพัฒนาสมดุลอื่นๆขึ้นมา สมดุลนี้ก็ยังเป็นสมดุลที่สำคัญ และมีการควบคุมการทำงานที่ดีที่สุด จึงไม่ส่งผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อย่างที่พบในสมดุลอื่นๆที่จะกล่าวต่อไป

beta13dglucan

 

รูปที่ 4.1 การเกิดสมดุลต่างๆในระบบภูมิคุ้มกัน

สมดุลต่อมาคือ สมดุล Treg (สมดุลมะเร็ง) สมดุลนี้เกิดขึ้นได้ในสภาวะที่ร่างกายปกติ ช่วงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ในระบบภุมิคุ้มกันเข้าไปในบริเวณนั้น เพื่อป้องกันการทำร้ายเซลล์ของลูกซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายแม่ เนื่องจากเซลล์ของลูกเป็นส่วนผสมของทั้งพ่อและแม่ ไม่ได้มีแต่เซลล์ของแม่เพียงอย่างเดียว หรือในสภาวะฟื้นฟูการป่วยไข้ เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันสามารถกำราบสิ่งแปลกปลอมลงอย่างราบคาบแล้ว สมดุลภูมิคุ้มกันก็จะลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในบริเวณนั้นลงอย่างรวดเร็ว โดยการทำลายเม็ดเลือดขาวต่างๆที่จัดการกับสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเป็นกระบวนการที่วิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อประโยชน์ต่อมนุษยชาติ แต่ปัญหาจะเกิดเมื่อภาระกิจสำเร็จเหล่านี้แล้วและร่างกายยังอยู่ในสมดุลนี้นานเกินไปโดยไม่ได้เปลี่ยนกลับสู่สมดุลพื้นฐาน

การพบปริมาณของเม็ดเลือดขาวชนิด Treg เพิ่มขึ้นในในกระแสเลือดของผู้ป่วยมะเร็งและบริเวณที่เกิดก้อนมะเร็ง เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การเกิดมะเร็งในประชากรโลกที่สูงมากในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ น่าจะมีสาเหตุสำคัญมาจากการที่ร่างกายถูกล็อคให้อยู่ในสมดุล Treg ทำให้เซลล์ต่างๆของระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความผิดปกติที่ค่อยๆเกิดขึ้นในบริเวณต่างๆของร่างกาย ซึ่งกว่าจะเริ่มแสดงความผิดปกติให้เห็น ในหลายๆกรณีก็สายไปเสียแล้ว นับเป็นมหันตภัยเงียบหรือระเบิดเวลาที่คอยคุกคามมนุษย์ในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้สมดุล Treg ยังสามารถทำให้เม็ดเลือดขาวบางชนิดเปลี่ยนหน้าที่จากการต่อสู้และกำจัดเซลล์มะเร็ง (หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ) มาช่วยสร้างหรือสนับสนุนปัจจัยการเจริญเติบโตของมะเร็งอีกด้วย

สมดุลที่ 3 คือ สมดุล Th17 (สมดุลภูมิต่อต้านตัวเอง) สมดุลนี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายถูกบุกรุกด้วยเชื้อโรคที่รุนแรงมาก เช่น เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราบางชนิด ซึ่งสมดุลนี้จะทำให้มีการตอบโต้ที่รุนแรงมากและช่วงเวลาการตอบโต้ก็ยาวนานกว่าที่พบในสมดุล Th1 ที่กล่าวมาแล้ว เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นภัยคุกคามต่อร้ายกายอย่างร้ายแรง แต่การที่ร่างกายเกิดสมดุลนี้ในระยะยาว เนื่องจากถูกล็อคอาจจะเป็นเพราะความผิดปกติของร่างกายเองหรือจากการรับประทานเบต้ากลูแคนบางชนิดไปนานๆ ก็อาจจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภูมิต่อต้านตัวเองได้

สรุปแล้วสมดุล Th17 แม้จะมีประสิทธิภาพในการทำลายที่รุนแรงกว่า แต่อันตรายต่อตัวเราเองที่ได้รับจากสมดุลนี้ก็จะมีสูงกว่าเช่นกัน!!! ข้อมูลของการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับอันตรายจากสมดุล Th17

  • การศึกษาในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) พบว่าอยู่ในสมดุล Th17 พบการกระตุ้นการทำลายกระดูกอ่อน ยับยั้งการสร้างคอลลาเจน และทำให้เกิดอาการอักเสบที่บริเวณไขข้อ
  • สมดุล Th17 กระตุ้นการสร้างสารเคมีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นเลือด
  •  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า การสร้างเส้นเลือดคือปัจจัยสำคัญของการเจริญเติบโตและการลุกลามของมะเร็ง
  • สมดุล Th17 กระตุ้นสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับอาการอักเสบจำนวนมาก
  • มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า สารเคมีจากบริเวณที่เป็นมะเร็งสามารถชักนำ ทำให้เกิด และเพิ่มจำนวนเซลล์ Th17 ได้
  • พบผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิต่อต้านตัวเองหลายโรค เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis), โรคพุ่มพวง (SLE: Systemic Lupus Erythematosus), สะเก็ดเงิน (Psoriasis) ฯลฯ มีระดับสารเคมีในสมดุล Th17 ในร่างกายสูง

สมดุลสุดท้ายคือ สมดุล Th2 (สมดุลภูมิแพ้) สมดุลนี้จะเกิดขึ้นในร่างกายโดยเฉพาะเมื่อพบกับสิ่งแปลกปลอมที่อาจจะไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด เช่น พยาธิหรือสารที่ร่างกายแพ้ (ละอองเกสรหรือสารเคมีต่างๆ) แต่ผลก็คือจะเกิดความเสียหายเฉพาะที่ ร่างกายจึงต้องพยายามรีบรักษาหรือจัดการให้เป็นปกติ เช่น บริเวณที่พยาธิอยู่ (ซึ่งจะย้ายที่ไปเรื่อยๆตามแต่ที่ๆพยาธิต้องการไป) หรือบริเวณที่เกิดภูมิแพ้ (เช่น ในทางเดินหายใจ ผิวหนัง หรือทางเดินอาหาร) เมื่อไม่สามารถจัดการกับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ได้ และได้ก่อความเสียหายต่อเนื้อเยื่อต่างๆจึงต้องมีการรักษาและแก้ไข เมื่อเกิดอีกก็จะต้องรักษาและแก้ไขอีก อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าที่สิ่งแปลกปลอมนั้นๆจะถูกกำจัดจากร่างกายไปได้ ผลเสียก็คือ ถ้าร่างกายจะถูกล็อคอยู่ในสมดุลนี้นานๆก็จะมีอาการภูมิแพ้

**ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไป แล้วแต่บุคคล**