Category Archives: ดร.วิทยา กดุมภะ

เบต้ากลูแคน กับ ดร.วิทยา กดุมภะ

เบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ ตอนที่ 1:
ใครๆที่ทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ย่อมที่จะต้องการให้ สารที่ทานเข้าไป มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งสารแต่ละชนิด จะมีองค์ประกอบ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพต่างๆกัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะเบต้ากลูแคนว่า อะไรคือองค์ประกอบสำคัญในการที่จะทำให้เบต้ากลูแคน มีประสิทธิภาพสูงสุด?

คนจำนวนมากมักจะคิดว่า ถ้าสารมีความบริสุทธิ์สูงสุด ก็จะให้ประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นจึงมักมองหา ความบริสุทธิ์ของสารเป็นสำคัญ เรื่องนี้เป็นความจริงหากเป็นสารเคมีทั่วไป แต่สำหรับสารชีวภาพอย่างเบต้ากลูแคนแล้ว จะมีการทำงาน ที่แตกต่างจากสารเคมีทั่วไป โดยการทำงานของสารชีวภาพ จะยิ่งกว่าการทำงานของลูกกุญแจ กับแม่กุญแจ ซึ่งถ้าลูกกุญแจมีขนาด และรูปร่างที่พอไขได้ ก็จะไขแม่กุญแจได้ แต่จะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางชีวภาพต่อเนื่องกันไปหลากหลายชนิด ในประสิทธิภาพที่ต่างกัน ทั้งเชิงบวกและลบ จึงต้องการเบต้ากลูแคน ที่มีรูปร่างถูกต้องจริงๆ

ถ้าเปรียบเม็ดเลือดขาวเหมือนแม่กุญแจ เบต้ากลูแคนก็จะเหมือนลูกกุญแจ ความเฉพาะของการจับกัน ระหว่างเม็ดเลือดขาว และเบต้ากลูแคน จะส่งผลถึงการปรับสมดุลภูมิคุ้มกันเช่น เบต้ากลูแคนจากเห็ดหลินจือ ส่วนใหญ่ มีประสิทธิภาพเพียง 40% เท่านั้น ส่วนเบต้ากลูแคนจากสาหร่าย จะกระตุ้นสมดุล Th17 แทนที่จะเกิดสมดุล Th1 ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเลือกทานเบต้ากลูแคนที่ถูกต้องเท่านั้น จึงจะได้ประโยชน์ที่แท้จริง

เบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ ตอนที่ 2:
ถ้าพูดถึงขนาดของเบต้ากลูแคนที่ถูกต้อง การศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในช่วงปี 1960-1970 พบว่ามีขนาดประมาณ 1 ไมครอน หรือเป็นขนาดของโมเลกุลกลูโคส เรียงต่อกันยาว 7 โมเลกุล และ 1 โมเลกุลของสายแขนง

ส่วนรูปร่างที่ถูกต้อง หรือเหมาะสมที่พูดถึงคือ โครงสร้าง 3 มิติ ของโมเลกุลเบต้ากลูแคน ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เบต้ากลูแคนในแต่ละยี่ห้อ จะมีโครงสร้างที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากโครงสร้าง 3 มิติตามธรรมชาติ อาจจะถูกทำลายไปอย่างง่ายดาย จากสารเคมีหรือขั้นตอนต่างๆที่ใช้ ตลอดจนอุณหภูมิ หรือความเป็นกรด-ด่าง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อรูปร่างโมเลกุลด้วยกันทั้งสิ้น แม้เบต้ากลูแคนที่ได้ จะมีความบริสุทธิ์เพียงใด แต่หากมีโครงสร้าง 3 มิติที่ผิดไปจากธรรมชาติ ก็จะมีประสิทธิภาพต่างๆกันออกไป

แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่า เบต้ากลูแคนที่เรารับประทาน มีโครงสร้าง 3 มิติที่ถูกต้อง เพียงใด? คำตอบก็คือ ไม่สามารถบอกได้จากคำพูดปากเปล่าจากผู้ผลิต ซึ่งมักใช้อ้างกันอยู่ทั่วไป แล้วมีวิธีไหนหรือไม่ที่จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า เบต้ากลูแคน มีโครงสร้าง 3 มิติ และ ขนาดที่ถูกต้อง? ณ เวลานี้มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น และเป็นวิธีที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นคือ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคน ซึ่งมีการศึกษาจำนวนมาก ซึ่งสามารถค้นหาได้ใน ข้อมูลฐานของ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศสหรัฐอเมริกา (‭https://www.ncbi.nlm.nih.gov/‬) นอกจากจะมีข้อมูลการเปรียบเทียบแล้ว ยังมีข้อมูลของการนำเบต้ากลูแคนไปใช้ในกรณีต่างๆ รวมทั้งสามารถทราบถึงสถาบันที่นำไปวิจัย และยังมีที่อยู่ที่สามารถเขียนจดหมาย หรืออีเมลล์ไปคุยกับนักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาโดยตรงได้อีกด้วย

เบต้ากลูแคนและน้ำตาลกลูโคส

ผู้ฟังหรือผู้อ่านในตอนแรกอาจจะสังเกตุเห็นว่า เบต้ากลูแคน ประกอบด้วย สายของกลูโคสมาเรียงต่อกัน เป็นส่วนประกอบ จึงอาจทำให้ สงสัยว่า น้ำตาลกลูโคสเหล่านี้ จะมีปัญหาสำหรับผู้ป่วยเบาหวานไหม? คำตอบคือ ไม่เลยครับ เนื่องจากภายในร่างกายของเรา ไม่มีเอนไซม์สำหรับสลายโมเลกุลของเบต้ากลูแคนเลย ดังนั้นเบต้ากลูแคนที่เราทานเข้าไป จึงไม่สามารถถูกย่อยให้เป็นน้ำตาลกลูโคสได้

แล้วร่างกายมีการจัดการกับเบต้ากลูแคนอย่างไร?
หลังจากทานเบต้ากลูแคนเข้าไปแล้ว จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านต่อมน้ำเหลืองในลำไส้เล็ก จากนั้นก็จะถูกจับโดยเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ภายในต่อมน้ำเหลือง ส่วนที่เหลือก็จะไหลเวียนโดยระบบน้ำเหลือง ไปยังไขกระดูก ม้าม และต่อมน้ำเหลืองต่างๆทั่วร่างกาย และถูกจับโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆในบริเวณดังกล่าว หลังจากนั้นก็จะถูกสลายตัวไป และถูกกำจัดออกจากร่างกายจนหมดสิ้นภายใน 14-21 วัน ดังนั้นจึงหมดห่วงเรื่องน้ำตาลกลูโคส หลังทานเบต้ากลูแคนอีกต่อไปแล้วนะครับ

Terminal Glucose คืออะไร?

ถ้าดูฉลากเก่าๆ อาจจะพบสารที่เขียนว่า Terminal Glucose ท่านผู้ฟังหรือท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า มันคืออะไร และต่างจากกลูโคสทั่วไปยังไง?

Terminal Glucose ต่างกับ กลูโคส ตรงที่ มีกลุ่มของสารประกอบบางอย่าง เช่น Sulfate, Methy, Uridine เป็นต้น มาจับกับกลูโคสเหล่านี้ จึงทำให้มีคุณสมบัติต่างจากกลูโคสทั่วไป
ร่างกายไม่สามารถใช้ Terminal Glucose เหล่านี้ได้ เนื่องจากกลุ่มสารที่มาเกาะกับกลูโคส จะขัดขวางไม่ให้กลูโคสเข้าสู่เซลล์ จึงนำไปใช้ต่อไม่ได้

ได้มีการเอาคุณสมบัตินี้ไปขยายผลใช้ในทางการแพทย์ เช่น ในกรณี PET Scan เป็นวิธีตรวจหาเซลล์มะเร็งโดยการฉีดสีที่เป็นน้ำตาลเข้าไป FDG (2-Deoxy-2-[18F]fluoro-D-Glucose) ซึ่งเป็นกลูโคส ที่มีกลุ่มของ deoxy-fluoride มาเกาะ ทำให้ตรวจเห็นสีกลูโคสได้ เมื่อใช้ตรวจด้วย PET Scan

เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่เจริญเติบโต เร็วกว่าเซลล์ปกติมาก นอกจากนี้ผนังของเซลล์มะเร็ง ยังมีที่จับกลูโคสมากกว่าเซลล์ปกติ 3-5 เท่า ทำให้ FDG ที่มีโครงสร้างคล้ายกลูโคส เข้ามาจับที่ผนังเซลล์จำนวนมาก แต่ไม่สามารถดูดซึมผ่านเข้าไปในเซลล์ จึงทำให้สามารถเห็นบริเวณที่เกิดมะเร็งได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีการนำ Terminal Glucose มาใช้ในการป้องกัน ไม่ให้เซลล์มะเร็งได้รับสารอาหารปกติ เพราะโมเลกุลน้ำตาลแบบนี้ ไปแย่งจับกับโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสทั่วไป จึงมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง จึงมีการนำวิธีนี้ มาใช้ในการรักษามะเร็งด้วย

ดังนั้นการที่มี Terminal Glucose ปรากฎอยู่ในผลิตภัณฑ์เบต้ากลูแคนเพียงเล็กน้อย จึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือส่งผลเสียแต่อย่างใด แต่กลับเป็นผลดีขึ้นด้วย

ข้อควรระวัง ซัลฟอราเฟน (Salfolaphane)

ซัลฟอราเฟน (Salfolaphane) 1

โดย ดร. วิทยา กดุมภะ ข้อควรระวัง ผู้ป่วยมะเร็ง ซัลฟอราเ

เบต้ากลูแคน ระบบภูมิคุ้มกัน ดร.วิทยา ตอนที่1

เบต้ากลูแคน-ระบบภุมิคุ้มกัน-ดร-วิทยา-กดุมภะ

ระบบภูมิคุ้มกัน เบต้ากลูแคน คุยกับ ดร.วิทยา ตอนที่1 ตอน

เบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ โดย ดร.วิทยา กดุมภะ ตอน2

เบต้ากลูแคน แนะนำ ประโยชน์ beta glucan ดีที่สุด

รู้จักเบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ (ตอนที่2) สาระน่ารู้ โด

เบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ โดย ดร.วิทยา กดุมภะ

เบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ วิทยา กดุมภะ

รู้จักเบต้ากลูแคนและประสิทธิภาพ สาระน่ารู้ โดย ดร.วิทยา